ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot


  [Help]
dot
dot

dot


Untitled Document
 















 









Untitled Document





 










 
 
อัตราแลกเปลี่ยน

 
 
 
Link Exchange
คำค้นหา
ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ ทัวร์เกาหลี เที่ยวเกาหลี  เกาหลี บริษัททัวร์ เที่ยว ท่องเที่ยว ทัวร์เอเชีย ทัวร์ยุโรป ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน ทัวร์ไต้หวัน เที่ยวไต้หวัน ฮ่องกง ทัวร์ฮ่องกง ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเครื่องบินราคาถูก การบินไทย แอร์เอเชีย thai airways จองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ในประเทศ เกาะช้าง เกาะล้าน ทัวร์สิงคโปร์ทัวร์จีน korea ทัวร์เวียดนาม ทัวร์เกาหลีราคาถูก


มือใหม่ขึ้นเครื่องบิน article

Tour On Holiday.com
ทัวร์ต่างประเทศ : ทัวร์เกาหลี ทัวร์ญี่ปุ่น ทัวร์ฮ่องกง ทัวร์สิงคโปร ทัวร์เวียดนาม ทัวร์จีน ทัวร์ยุโรป เป็นต้น
ทัวร์ในประเทศ : เกาะช้าง เกาะล้าน และทั่วทุกภาคของประเทศไทย
ตั๋วเครื่องบินราคาถูก : การบินไทย (Thai airways) แอร์เอเชีย และสายการบินชั้นนำของโลกอีกมากมาย
เลือกใช้บริการกับ บริษัททัวร ชั้นนำของเมืองไทย Tour On Holiday.com
 

 

 

ทำอย่างไรเมื่อไปถึงสนามบิน


สำหรับเพื่อนๆ ที่เดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก คงมีความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยนะครับ และหากต้องเดินทางไปคนเดียวแล้ว ยิ่งตื่นเต้นเป็นพิเศษเลยครับ เพราะไม่รู้ว่าไปถึงสนามบินแล้วจะต้องทำอะไรบ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไรดี ( สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นหมู่คณะ ก็จะไม่ค่อยซึมซับความรู้สึกนี่หรอกครับ เพราะธุระทุกอย่างจะมีผู้นำทัวร์เป็นคนคอยจัดการให้ทั้งหมด)

เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า เพื่อนๆที่เดินทางไปต่างประเทศคนเดียวไม่ว่าจะเพราะเรื่องงาน ท่องเที่ยว หรือนัดหมายไปเที่ยวกับเพื่อนที่อยู่เมืองนอก สิ่งที่จะแนะนำต่อไปคือสิ่งที่คุณจะต้องจัดการเองแน่นอนครับ

สิ่งที่ต้องมี
    • Passport ณ วันที่เดินทางต้องไม่หมดอายุ และยังใช้ได้อย่างน้อยอีก 6 เดือนครับ พร้อมวีซ่า สำหรับเข้าประเทศนั้นๆ (หากต้องมี)
    • ตั๋วโดยสาร โดยปกติต้องมีทั้งไปและกลับ เพราะบางประเทศจะขอให้แสดงก่อนเข้าประเทศครับ เพื่อเป็นการยืนยันว่า คุณกลับประเทศไทยแน่นอน เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น
    • เงินบาท สำหรับไว้ชำระภาษีการใช้สนามบิน 500 บาท และบวกไว้สำหรับคนที่ไม่มีใครไปรับไปส่ง ต้องมีนะครับ เพราะอย่างน้อยก็ต้องกะไว้พอสำหรับ ค่า taxi จากบ้านไปสนามบิน และ จากสนามบินกลับมาบ้าน
    • เงินสกุลประเทศที่จะเดินทางไป อาจจะไปแลกเอาที่ดอนเมืองก็ได้ครับ อย่างน้อยก็สำรองไว้ หากมีอันเป็นต้องพลัดหลง กับคนมารับที่ปลายทาง หรือไว้สำหรับซื้อของกินระหว่างรอหรือพักเปลี่ยนเครื่อง

ทั้งสี่ข้อนี่เป็นสิ่งจำเป็นนะครับ ต้องเอาไปให้ครบ หากไม่แน่ใจกลัวจะลืม เพื่อนๆก็สามารถ ดาวน์โหลด ใบกันลืม (สำหรับ Microsoft Word) และใบกันลืม (สำหรับ Acrobat Reader) ของเราไปใช้ได้นะครับ

เอาเป็นว่าตอนนี้ คุณพร้อมจะเดินทางออกจากบ้านแล้ว เราขอแนะนำว่า หากครั้งนี้เป็นการเดินทางไปเมืองนอกครั้งแรกของคุณจริงๆ คุณควรจะกะเวลาให้ไปถึงสนามบินดอนเมือง โดยอย่างน้อยคุณยังมีเวลา 2 ชั่วโมงก่อนเครื่องขึ้น เพราะว่า

    • มีเวลาสำหรับตรวจตราเอกสาร
    • มีเวลาเข้าคิว เช็คอิน และรับบัตรขึ้นเครื่อง (Check-in)
    • มีเวลาผ่านด่านตรวจคนเข้าออกจากประเทศไทย
    • มีเวลาแลกเงิน
    • มีเวลาร่ำลา หรือโทรศัพท์หาเพื่อนๆ
    • มีเวลาเดินสำรวจร้านค้าปลอดภาษี สำหรับขาช้อบปิ้ง
    • มีเวลาเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวสำหรับคนที่มักจะตื่นเต้นง่าย
    • สุดท้ายมีเวลาเดินหาประตูขึ้นเครื่อง

ก่อนเดินทาง จะเป็นการดีถ้าคุณทราบว่า สายการบินที่คุณจะใช้บริการ อยู่ที่อาคารผู้โดยสารใด แต่หากไม่ทราบ คุณสามารถดูได้ที่นี่ครับ สำหรับ "สายการบินที่ตั้งอยู่ Terminal 1" และ "สายการบินที่ตั้งอยู่ Terminal 2" (สนามบินดอนเมือง) หรือโดยปกติเวลานั่งรถเข้าไปในสนามบินจะมีป้ายบอกครับ ก็ลงให้ถูกดีกว่าครับจะได้ไม่ต้องเดินเหนื่อย

เมื่อเดินทางถึงสนามบิน และอาคารผู้โดยสารที่ถูกต้องแล้ว ภายในอาคารนั้นคุณก็จะเห็นแถวเรียงรายเต็มไปหมด และมีการลำดับด้วยเลข พร้อมสัญลักษณ์ของสายการบินต่างๆ บริเวณแถวเหล่านี้มีไว้ สำหรับการตรวจตั๋วโดยสารครับและรับบัตรสำหรับขึ้นเครื่อง อธิบายได้ดังนี้ครับ คือเจ้าตั๋วโดยสารที่เรามีอยู่นี้ ยังไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ทันที คุณจะต้องไปให้เจ้าหน้าที่แต่ละสายการบินตรวจและออกบัตรให้อีกหนึ่งใบ (ต่อหนึ่งคน) เรียกว่าบัตรขึ้นเครื่อง ( boarding pass) ครับ เจ้าบัตรนี้แหล่ะจะบอกเราว่าต้องไปขึ้นเครื่องที่ประตูไหน นั่งแถวที่เท่าใด และเก้าอี้ตัวไหน (ติดหน้าต่าง ติดทางเดิน หรือตรงกลาง) ที่ตรงนี้นอกจากคุณจะต้องตรวจรับบัตรขึ้นเครื่องแล้ว ยังเป็นที่ x-ray ที่จะฝากสายการบินไปเก็บที่ใต้ท้องเครื่องบินก็จะอยู่บริเวณทางเข้าเลยละครับ

ก่อนที่จะเริ่มเช็คอิน คุณเองก็ควรจะเช็คให้ดีก่อนนะครับว่า มีสิ่งใดที่คุณจำเป็นต้องใช้ระหว่างเดินทาง เพราะเมื่อส่งกระเป๋าสัมภาระของคุณเข้าไปแล้ว ก็จะไม่สามารถรื้อหรือหยิบของของคุณได้อีก ก็ให้เลือกของที่จำเป็นต้องใช้ขณะอยู่บนเครื่องเช่น ยาประจำตัว แยกมาใส่กระเป๋าเล็กติดตัวนะครับ หรืออาจจะหนังสืออ่านเล่นซักสองสามเล่น เอาไว้แก้เซ็งครับ เมื่อกระเป๋าผ่านเจ้าเครื่อง x-ray แล้ว จากนั้นก็รับกระเป๋าไปเข้าคิวตามเคาน์เตอร์ได้เลยครับ โดยปกติแล้ว สายการบินจะเปิดเคาน์เตอร์ให้เช็คอินได้ มากกว่า 1 แถว ก็เลือกเอาตามใจชอบ แต่ก็ต้องดูนะครับเพราะบางแถวจะจัดให้สำหรับ แต่ละชั้นที่นั่งของตั๋วที่เราซื้อมา เมื่อถึงคิวที่เราได้รับบัตรขึ้นเครื่อง ก็ให้ยกกระเป๋าที่โหลดไปใต้เครื่อง วางบนสายพานสำหรับชั่งน้ำหนัก และลากไปเก็บ พร้อมยื่นเอกสารดังนี้คือ passport และตั๋วโดยสาร (ถ้ามีหมายเลขสมาชิกสายการบินที่มีการสะสมไมล์เพื่อแลกรางวัลเช่น Royal Orchid Plus ของการบินไทย ก็ให้แสดงด้วยหรือ แจ้งเฉพาะเลขก็ได้ครับ) เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะคืนเอกสารทั้งหมดมาให้ พร้อมกับบัตรขึ้นเครื่อง ( boarding pass) "ให้คุณขอใบผ่านเข้าออกประเทศไทย (immigration card)" มาด้วย จากนั้นก็ตรวจเช็คทุกอย่างอีกครั้งว่า เป็นชื่อคุณถูกต้องแล้ว ก็ออกจากแถวมาได้เลย

หลังจากนั้นก็ให้กรอกใบผ่านเข้าออกจากเมืองที่ได้มาให้เรียบร้อย ทั้งขาเข้าและขาออก ถึงเวลานี้แล้วให้ลองเช็คเวลาซักนิดว่าเหลือเวลาสักเท่าไหร่ ถ้ามากกว่าหนึ่งชั่วโมง ก็อนุญาตให้คุณไปทำธุระตามที่คุณต้องการ แต่อย่าทำเอกสารหายนะครับ และคอยตรวจสอบเวลาด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราแนะนำว่าคุณควรไปถึงที่หน้าประตูสำหรับผู้โดยสารขาออกอย่างน้อย 1 ชั่วโมงครับ เพราะคุญยังต้องผ่านการตรวจเอกสารอื่นๆ อีก

ถึงตรงนี้ เราคาดว่าคุณคงมาถึงหน้าประตูสำหรับผู้โดยสารขาออกแล้วซึ่งก็จะอยู่ด้านในจากบริเวณแถว ที่คุณไปรับบัตรขึ้นเครื่องมานั่นละครับ ที่หน้าประตูนี้จะมีตู้ขายตั๋วภาษีสนามบิน มีทั้งแบบซื้อกับตู้อัตโนมัติ หรือจะซื้อกับเจ้าหน้าที่ก็ได้ ใบละ 500 บาท เมื่อซื้อ คุณก็ยื่นตั๋วภาษีสนามบินพร้อม แสดงเอกสารต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ตรงประตูทางเข้า จากนั้นคุณก็เดินผ่านไปได้เลย เมื่อเดินเข้าไป จะเห็นแถวตรวจเช็คหนังสือเดินทาง และใบผ่านเข้าออกเมือง ที่คุณได้กรอกไปแล้วนั่นละครับ สำหรับคนไทยจะเข้าแถวไหนก็ได้ครับเหมือนกันหมด ส่วนเอกสารที่จะต้องยื่นให้กับเจ้าหน้าที่คือ
    1. passport
    2. ใบผ่านเข้าออกเมือง
    3. และบัตรขึ้นเครื่อง

เจ้าหน้าที่จะฉีกใบออกจากเมืองเก็บไว้ และคืนpassport พร้อมใบเข้าเมือง(ที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง) กลับมาให้เรา (โดยปกติเจ้าหน้าที่ไทยจะเย็บติดไว้ในpassport เลยเพื่อกันหาย คุณก็อย่าทำหายเสียเองละ เพราะเวลากลับมาคุณต้องใช้ใบนี้อีกครั้ง) เมื่อรับเอกสารคืนมาแล้ว ก็ให้เดินผ่านเข้าไปประตูที่อยู่ด้านหลังเจ้าหน้าที่เลยครับ ข้างในก็จะเป็นบริเวณสำหรับผู้โดยสารขาออกทั้งหมด สำหรับรอที่จะขึ้นเครื่อง จะมีที่ให้คุณ shopping อย่างมากมาย หรือจะหาอะไรรับประทาน เข้าห้องน้ำห้องท่า แต่ก่อนอื่น ลองดูนาฬิกาอีกครั้งครับ ว่ากี่โมงแล้วมีเวลาเหลือเท่าไร พร้อมสังเกตป้ายแสดงเลขที่ประตูขึ้นเครื่องว่าชี้ไปทางไหนไกลหรือเปล่า ทั้งนี้ คุณสามารถตรวจเช็คหมายเลขประตูขึ้นเครื่องของเที่ยวบินคุณได้ จากจอแสดงเที่ยวบิน ซึ่งจะกระจายอยู่บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออก อีกด้วย อย่างไรก็ตามเราแนะนำว่าคุณควรไปถึงหน้าประตูก่อนเครื่องขึ้นอย่างน้อย 15-20 นาที ถ้าคุณมีเวลาพอ ก็ทำธุระหรือ shopping ได้ตามสบายครับ ณ บริเวณนี้ร้านค้าจะเป็นร้านค้าปลอดภาษี ราคาก็ลองตรวจเช็คกันเองนะครับ ขณะที่ซื้อของ หรือทำธุระต่างๆ ก็ให้คอยฟังประกาศเรียกขึ้นเครื่องด้วยนะครับ อย่า shop เพลิน

เมื่อถึงเวลาแล้วก็เดินไปที่ประตูได้เลย ที่บริเวณประตูแต่ละหมายเลขจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจบัตรขึ้นเครื่อง พร้อม passport และ x-ray กระเป๋าที่คุณถือขึ้นเครื่อง และตรวจเช็ควัตถุที่สงสัยว่าเป็นอาวุธ หรือที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง เสร็จแล้วก็ผ่านไปนั่งรอในห้องรอขึ้นเครื่องได้เลยครับ ตรงนี้คุณก็ต้องแสดงบัตรขึ้นเครื่อง (boarding pass) แก่เจ้าหน้าที่สายการบินอีกครั้งครับ และคุณได้ผ่านทุกขั้นตอนมาจนเสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงแต่รอเจ้าหน้าที่ประกาศให้ขึ้นเครื่องเท่านั้น เมื่อเข้าไปในเครื่องก็จัดเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อย หากคุณต้องเดินทางไกลมาก และมีของต้องใช้ เช่นยาที่จะต้องรับประทาน ก็ควรจะเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกงนะครับ จะได้ไม่ต้องลุกขึ้นรื้อกระเป๋าให้เป็นที่วุ่นวายผู้โดยสารท่านอื่นๆ นอกนั้นก็ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของสายการบินที่คุณเลือกใช้บริการนะครับ เราขอให้คุณมีความสุขกับการเดินทาง และ ท่องเที่ยว ตลอดการเดินทาง และ เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ 

 

เวลาเดินทางท่องเที่ยวแต่งอย่างไรให้ดูเหมาะสม

หลายต่อหลายครั้งที่เห็นใครคนหนึ่งใส่ชุดสูทรีดเรียบกลีบโง้งขึ้นเครื่องบินอย่างสง่าผ่าเผย แต่อีก 10 ชั่วโมงต่อมา เมื่อเครื่องลงที่ปลายทางแถวยุโรป หรืออเมริกา คุณหล่อเนี้ยบและคุณสวยพริ้งกลับกลายเป็นคุณยับเยินและคุณโทรมสนิท เพราะเสื้อที่เคยสวยด้วยการรีดเมื่อเจอการนั่ง การลุก การขยับ พลิกไปพลิกมาก็รั้งซ้ายรั้งขวา จนเกิดรอยจีบพราวไปทั้งตัว จะนอนก็นอนไม่ได้ จะนั่งก็นั่งไม่สบาย หน้าจึงยับไปด้วยเข้ากับเสื้อพอดี แล้วจะทำอย่างไรกันล่ะนี่

ถ้าคุณเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ไม่ได้ไปต่างประเทศด้วยเรื่องธุรกิจ มีข้อแนะนำคือ

       1. เวลาขึ้นเครื่องบินโดยเฉพาะเที่ยวบินที่ยาวเกิน 6 ชั่วโมง ควรใส่ชุดสวมสบายไม่รัดรึง เป็นผ้าที่ไม่ยับง่ายอย่างผ้าลินิน ลองใช้เสื้อยืด กาลเกงยืด หรือกางเกงวอร์มจะเหมาะที่สุด ส่วนกางเกงยีนส์จะค่อนข้างแข็งและรัด นั่งนานๆ เข้าจะอึดอัดและเสียดสียิ่งนัก

       2. หลีกเลี่ยงผ้าใยสังเคราะห์ที่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตเพราะคุณจะมีเสียงเปรี๊ยะๆ ดังตลอดเวลาที่ขยับตัว

       3. ติดเสื้อแจ็กเก็ตบางๆ ไปด้วยเพราะอากาศบนเครื่องบินค่อนข้างจะเย็น

       4. เตรียมผ้าขนหนูผืนเล็ก พร้อมเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น แป้ง แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ยี่ห้อโปรดไว้ล้างหน้าตาก่อนเครื่องลง


ถ้าคุณต้องการ “ดูดี” เมื่อมีคนมาส่งที่สนามบินและต้อง “ดูดี” เพราะจะมีคนมารับที่สนามบิน วิธีง่ายๆ คือ

       1. หากกระเป๋าเดินทางแบบใส่ชุดสูทแขวนได้ใช้สักใบ
ถ้าต้องการ “ดูดี” ที่ปลายทาง ให้แต่งตัวตามสบายขั้นเครื่องบิน แต่หิ้งกระเป๋าใส่สูทหรือชุดสวยติดตัวไปด้วย แอร์โฮสเตสจะดูแลนำไปแขวนให้ (เครื่องบินทุกลำ ทุกสายการบินมีบริการนี้) เมื่อใกล้จะถึงค่อยขอมาเปลี่ยน หรือถ้าไม่อยากประดักประเดิกในห้องน้ำแคบๆ ก็ลงไปเปลี่ยนที่ห้องน้ำของสนามบินปลายทาง ก่อนที่จะตรวจตราและรับกระเป๋าเดินทางออกไป

       2. หากจำเป็นต้องใส่สูทหรือชุดสวนตั้งแต่ต้นและตลอดทาง ควรเลือกใช้ผ้าแบบยับยาก คุณผู้ชายให้ติดเสื้อยืดไปอีกสักตัวในกระเป๋าเอกสาร เมื่อขึ้นเครื่องบินก็ค่อยถอดสูทให้แอร์โฮสเตสนำไปแขวน
ควรเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตพับไว้หันมาใส่เสื้อยืดแทน จะได้นอนกอดอกสบายไม่ต้องกลัวเสื้อยับ เมื่อถึงจุดหมายค่อยเปลี่ยนกลับ ส่วนคุณผู้หญิง มีผ้าหลายชนิดที่ “ไม่ยับ” ให้เลือกใช้ตัดชุดเดินทางปรึกษาช่างเสื้อของคุณดู เธอย่อมรู้ดี ผ้าที่มีลายและสีเข้มจะดูไม่ออกเวลาที่ยับ ต่างกับผ้าพื้นสีอ่อนๆ

อ่านดูเหมือนว่าเราต้องเตรียมการวุ่นวายยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้ว ง่ายออก
แค่คิดว่าเราจะ “เนี้ยบ” ได้ตั้งแต่กรุงเทพฯ จรดลอนดอนก็คุ้มแล้ว
 

นั่งเครื่องบินอย่างไรให้มีความสุข

เวลานั่งเครื่องบินไปไหนต่อไหน ชั่วโมง 2 ชั่วโมงก็พอทำเนา แต่ถ้าต้องเป็นวันเป็นคืน ตื่นก็แล้วหลับก็แล้วยังไม่ถึงสักที

มีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้ความทรมานที่ยาวนานนั้นลดน้อยลง

    - แต่งชุดสบายๆ ไม่รัด ไม่ใส่เสื้อผ้าที่จะเกิดไฟฟ้าสถิต

    - ถ้าขี้หนาว ควรมีเสื้อคลุมหรือสเวตเตอร์บางๆ ติดตัว

    - เตรียมอุปกรณ์ล้างหน้า แปรงฟัน ผัดแป้งไว้ใช้เวลารู้สึกโทรม เต็มทน

    - ติดหนังสืออ่านเล่นของนักเขียนชั้นดีที่ไม่มีเวลาอ่านสักทีตอนอยู่บ้านเอาไปอ่านด้วยเพลินๆ

    - เกมกดเกมใหม่ก็ฆ่าเวลาได้ไม่เลว โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ และผู้ใหญ่ที่หัวใจไม่ยอมแก่

    - ถ้าเป็นคนเมาเครื่องบินหรือรู้สึกวิงเวียนได้ง่าย ควรรับประทานยากันเมาก่อนเครื่องขึ้นครึ่งชั่วโมง ยาจะทำให้ง่วงและหลับสบายด้วยเช่นกัน

    - อย่ารับประทานอาหารมากเกินไป และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์หรือน้ำอัดลมมากนัก เพราะจะทำให้ท้องอืดและอึดอัด
 
    - ใส่รองเท้าที่สวมสบาย ไม่บีบคับ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงรองเท้าหัวแหลมที่ฟิตเปรี๊ยะพอดี เพราะเวลานั่งนานๆ เท้าจะบวกขึ้นเล็กน้อย ทำให้ทรมานยิ่งนัก และถ้าเผลอถอดรองเท้าด้วยแล้วอาจจะใส่กลับไปไม่ได้เลยทีเดียว

    - ลุกขึ้นเดินและเปลี่ยนอิริยาบถบ้างในเวลาที่เครื่องบินลอยตัวนิ่ง แต่เวลาพนักงานต้อนรับกำลังเสิร์ฟอาหาร หรือมีสัญญาณให้รัดเข็มขัดนั่งอยู่กับที่ พึงอยู่กับที่ อย่างเพิ่งลุกขึ้นมาเดินออกกำลังกายตอนนั้น

    - นำสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องเท่าที่จำเป็น คือ ใส่กระเป๋าขนาดเล้กที่เรียกว่า เคบินแบ็กเกจเพียง 1 ใบพอ กระเป๋านี้จะวางใต้ที่นั่งข้างหน้าหรือในช่องเก็บของเหนือศรีษะได้ ทำให้มีที่วางเท้า มีที่พอจะขยับตัว และไม่เกะกะผู้โดยสารคนอื่นด้วย

    - ถ้าไม่สูบบุหรี่หรือแพ้บุหรี่ ควรยืนยันขอที่นั่งไกลๆ จากแถวสูบบุหรี่ มิฉะนั้นจะทรมานมากยามที่ควันบุหรี่อวลอยู่หลายๆ ชั่วโมง

    - ถ้าไม่ทานเนื้อ แพ้อาหารทะเล หรือรับประทานอาหารเจ ให้แจ้งตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน เพราะถ้าผู้โดยสารเต็มลำ อาหารที่ให้เลือกอีกอย่างหมดเหลือแต่ที่เรากินไม่ได้จะหิวแทบตายเสียเปล่าๆ

    - การนั่งเครื่องบินให้มีความสุข อยู่ที่ตัวเราจะเป็นผู้สร้างความสุขให้ตัวเราเองโดยไม่รบกวนผู้โดยสารอื่น และที่สำคัญแอร์โอสเตสกับสจ๊วตท่านมีหน้าที่ให้บริการ แต่ความสุขประเภทเกินเลยนั้นท่านไม่เกี่ยว



รู้จักใช้ห้องน้ำบนเครื่องบิน

ห้องน้ำบนเครื่องบินใครคิดว่าไม่สำคัญ
สำคัญสิสำคัญมากๆด้วย เวลาคุณขึ้นไปแขวนอยู่กลางอากาศ กับเพื่อนร่วมยาน พาหนะ หลายร้อยชีวิต เป็นระยะเวลากว่า 10 ชั่วโมงเพราะคุณจะต้องได้เข้าห้อง น้ำในเครื่องบินอย่างน้อย 1 หรือ 2 ครั้ง การเข้าห้องน้ำบนเครื่องบินสำหรับหลายๆ คนออกจะเป็นเรื่องวุ่นวายสับสน พอประมาณ โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเคยเดินทางด้วยเครื่องบินครั้งแรก เพราะปุ่มโน่นปุ่ม นี่เยอะแยะ ไปหมด แต่หาปุ่มชักโครกไม่ยักเจอ กระดาษหรือก็มีสารพัดเนื้อ สารพัดแบบจนไม่รู้ว่าจะ ใช้กระดาษไหนเช็ดอะไรเรามารู้จักวิธีใช้ห้องน้ำบนเครื่องบินกันดีกว่า

     1.ที่ประตูห้องน้ำจะมีช่องเพื่อแสดงว่าห้องน้ำว่างหรือไม่ Vacant หมายถึง ว่าง Occupied หมายถึงไม่ว่าง บางครั้งคำว่า Vacant จะปรากฏบนพื้นสีเขียว และ Occupied จะปรากฏบนพื้นสีแดงหรือมีแสงขึ้น  

     2.บานประตูส่วนใหญ่จะเป็นบานพับ มีรอยพับอยู่ตรงกลาง เวลาเปิดให้ผลักข้างๆ รอยพับ ประตูจะเปิดออก

     3.กระดาษชำระเป็นม้วนอยู่ใกล้มือเวลานั่งถ่ายทุกข์

     4.กระดาษทิชชูบางเนื้อนุ่ม ส่วนใหญ่อยู่ในกล่องข้างฝาใกล้กระจกเป็นกระดาษเช็ดหน้า

     5.กระดาษเนื้อหนาผิวขรุขระ มักอยู่ใกล้ๆ กับกระดาษเช็ดหน้าเป็นกระดาษเช็ดมือ

     6.กระดาษเนื้อบางขุ่นคล้ายกระดาษไขแผ่นโต ตัดเป็นช่องตรงกลางคือกระดาษปูที่นั่งส้วม

     7.ก๊อกน้ำส่วนใหญ่ใช้ระบบกด แป้นสีแดงหมายถึงน้ำร้อน แป้นสีน้ำเงินหมายถึงน้ำเย็น

     8.น้ำก๊อกในห้องน้ำ “กินไม่ได้”

     9.น้ำใช้แล้วในอ่าง ต้องกดปุ่ม (ส่วนใหญ่จะอยู่หลังก๊อกน้ำ) นำจึงจะไหลลงท่อด้วยระบบดูดอากาศ ดังนั้นต้องกดค้างไว้ตลอดจนกว่าน้ำจะแห้งหมด

     10.ถังขยะ มีฝาปิดแบบบานพับ มักอยู่ใกล้อ่างล้างมือ ฝาถังอาจอยู่ในแนวตั้งใต้กล่องกระดาษเช็ดหน้า หรืออยู่ในแนวนอนระดับเดียวกับอ่างล้างมือ

     11.ส้วมส่วนใหญ่ชักโครกด้วยระบบดูดอากาศ ห้ามทิ้งสิ่งแปลกปลอมอื่นใดลงไปนอกจากของหนักของเบาส่วนตัว เพราะจะทำให้ระบบการดูดเสียจนใช้การไม่ได้ไม่ต้องได้เข้าห้องน้ำกันเลยล่ะคราวนี้

     12.ปุ่มกดชำระล้าง หรือ Flush ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ๆ มือ ใกล้ๆ กระดาษชำระ บางแบบอยู่หลังฝาปิดส้วม เพราะผู้ออกแบบหมายใจจะให้ปิดฝาก่อนกดปุ่ม
 

มารยาทการใช้ห้องน้ำในเครื่องบิน

มารยาทการใช้ห้องน้ำในเครื่องบินบทที่แล้วได้เล่าถึงลักษณะภายในของห้องน้ำบนเครื่อง บินไปบ้างแล้ว ก็ขอต่อด้วยการใช้ห้องน้ำในเครื่องบินเพื่อให้ครบสูตรดังนี้

.    1.ห้องน้ำในเครื่องบินมีจำนวนไม่มาก มีผู้ต้องการใช้บริการเยอะ ดังนั้นควรใช้เวลา ในการเข้าแต่พอดีไม่ใช่เข้าไปแต่งหน้าทาปากนานนับ 10 นาที ปล่อยให้คนยืนเข้าแถว รอบิดแล้วบิดอีกจนหน้าเขียวหน้าเหลือง

     2.เครื่องบินหลายสายจะติดป้าไว้เหนืออ่างล้างมือว่า “As a courtesy to the next passenger, may we suggest you to clean the wash basin with your towel” หมายถึงว่า หลังเราล้างไม้ล้างมือหรือ ล้างหน้าสีฟันเสร็จเรียบร้อย ปล่อยน้ำออกจาก อ่างจนแห้งแล้ว ควรใช้กระดาษเช็ดมืออ่างอีกครั้งให้สะอาด หมดจดเหมือนใหม่ ไร้ร่องรอยเปียกปอน หรือคราบฟองยาสีฟันทำได้ดังนี้นับว่าประเสริฐและเป็นผู้มีมารยาท งามจริง “คนช่างเที่ยว” ชอบคำของฝรั่งนิวซีแลนด์ที่ติดไว้ในส้วมสาธารณะเมืองเขา แปลเป็นไทยได้ ว่า “อยากเจออย่างไร ขอให้ออกไปอย่างนั้น” อันหมายความว่า อยากเข้า มา เจอส้วมสะอาดน่าใช้แบบไหนก็ขอให้คุณทำส้วม ให้สะอาดหลังใช้ แล้วจึงค่อยเดิน จากไป ส้วมหลังนั่นสะอาดจริงเสียด้วยแต่ความจริงส้วมนิวซีแลนด์ก็สะอาด โดยเฉลี่ยทุกแห่งอยู่แล้ง

     3.เมื่อใช้กระดาษเช็ดมือ เช็ดหน้า หรือใช้ถ้วยแก้วกระดาษเสร็จแล้ว ขอให้ทิ้งลงถังขยะ อย่าทิ้งไว้นเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ ถึงขยะมีบานพับฝาบิดอาจหายากสักหน่อย ในเครื่องบิน บางแบบ เพราะไปซ่อนอยู่ข้างๆ ฝา แต่อย่างเที่ยวไปยัดเศษกระดาษไว้ตามช่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ใส่สบู่ หรือช่องใส่กระดาษที่วางอยู่ ทำให้ดูสกปรก เลอะเทอะ

     4.สำหรับคุณผู้ชาย เมื่อเข้าไปแล้ว “เบา” กรุณายกที่รองนั่งส้วมขึ้นเสียก่อนจะได้ไม่ ทำหกเรี่ยราดเลอะเทอะกระเซ็น  

     5.เมื่อเสร็จกิจแล้ว กรุณากดปุ่มชำระล้างให้เรียบร้อยโดยเฉพาะกิจหนัก ไม่มีใครอยาก เข้ามาเจอของเก่าของคนอื่นค้างคาอยู่ ส่วนเครื่องบินรุ่นเก่าเป็นระบบน้ำวน บินไปนานๆ น้ำหมดก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันต้องระวับ ส่วนเครื่องบินรุ่งใหม่เป็นระบบลมดูด บางครั้งดูดไม่หมด โปรดช่วยโดยการเอถ้วยกระดาษรองน้ำราดลงไปสัก 2-3 ถ้วยแล้วกดซ้ำ จะสะอาดหมดจด

     6.คุณผู้หญิงที่ปฏิบัติภารกิจโดยท่า “ยองๆ” กรุณาอย่าขึ้นไปเหยียบบนที่รองนั่ง บนเครื่องบินมีกระดาษให้ปูที่นั่ง โปรดใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ ก่อใช้ก็เอากระดาษเช็ดแห้ง 1 รอบ เอากระดาษชุบน้ำเช็ดเปียกอีก 1 รอบ แล้วค่อยปูกระดาษรองนั่งลง ไปก็น่าจะใช้การได้แล้ว (ถ้ายังไม่พอจะเอากระดาษเหยาะโคโลญจน์หรือ อาฟเตอร์เชฟ ที่มีวางไว้ให้เช็ดฆ่า เชื้อโรคอีกรอบก็ยังไหว)

     7.เมื่อเครื่องบินบินไปนานๆ มีผู้ใช้ห้องน้ำมาก ถังขยะในห้องน้ำอาจจะเต็ม ช่วยกันง่ายๆ คือเมื่อทิ้งถ้วยกระดาษให้บีบให้แบนเสียก่อน จะประหยัดที่ในถังขยะไปเยอะทีเดียว

     8.ในการบินระยะยาวเวลากลางคืนไปตื่นเช้าเอาปลายทางบางสายการบินจะมีแปรงสีฟัน กับยาสีฟันหลอดจิ๋วเป็นชุดตั้งไว้ในห้องน้ำ โปรดหยิบใช้เพียง 1 ชุด ไม่ต้องหยิบเผื่อ ในฝากคนที่บ้าน ขอให้นึกถึงเพื่อนร่วมทางบนเครื่องบินที่ยังนั่งอมขี้ฟันอยู่บ้าง
ติดตามเรื่องห้องน้ำในเครื่องบินต่อในบทต่อไป ยังมีเรื่องน่าสนใจจะเล่าให้ฟังอีกมากมาย


การบริหารร่างกายเพื่อความสบายระหว่างเดินทาง (Inflight Workout)

   การบริหารร่างกายต่อไปนี้ ได้รับการคิดค้นขึ้นมาโดยคำนึงถึงเกิดความปลอดภัยในการยืดเส้นสาย และให้ความเพลิดเพลินอีกด้วย การนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดอาการตึงเครียดได้ การบริหารนี้ยังช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังเป็นการนวดกล้ามเนื้ออีกด้วย

    เราแนะนำให้คุณออกกำลังประมาณ 3-5 นาทีทุกชั่วโมง และลุกเดินออกจากที่นั่งของคุณบ้างเป็นครั้งคราว
ในการบริหารแต่ละท่า ควรหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้โดยสารที่อยู่ข้างเคียงคุณ และไม่ควรทำต่อหากก่อให้เกิดความเจ็บปวด

    1. ท่าหมุนข้อเท้า
ยกเท้าขึ้นเหนือพื้น วาดวงกลมด้วยนิ้วเท้า ในเวลาเดียวกัน ให้ขยับเท้าข้างหนึ่งตามเข็มนาฬิกา และอีกข้างทวนเข็มนาฬิกาสลับทิศทางของวงกลมเมื่อหมุนได้ทิศทางละ 15 วินาที สามารถทำซ้ำได้ตามความต้องการ

 

Photo from Qantas.com.au

    2. ท่ายกส้นและปลายเท้าขึ้นลง
การขยับเท้านี้มี 3 ขั้นตอน คือ
    • เริ่มด้วยวางส้นเท้าทั้งสองข้างบนพื้น ยกปลายเท้าขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่คุณสามารถทำได้
    • วางเท้าราบบนพื้น
    • ยกส้นเท้าขึ้นโดยให้ปลายเท้าวางอยู่บนพื้น ทำซ้ำ 3 ขั้นอย่างต่อเนื่อง พัก 30 วินาทีแล้วเริ่มทำซ้ำ

Photo from Qantas.com.au
 

    3. ท่ายกเข่า
ยกและงอเข่าขึ้น ลง ทำซ้ำ 20-30 ครั้ง แล้วสลับข้างลักษณะเดียวกัน

 

Photo from Qantas.com.au

    4. ท่าหมุนคอ
ปล่อยไหล่ตามสบาย เอียงหูข้างหนึ่งมาทางไหล่ และค่อยๆหมุนคอไปข้างหน้า โดยหมุนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งช้าๆ (ซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้าย) จากนั้นค้างไว้ในแต่ละด้านประมาณ 5 วินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง

 

Photo from Qantas.com.au

    5. ท่ายกเข่าเข้าหาอก
โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ประสานมือทั้งสองข้างรอบเข่าข้างซ้ายและรัดเข้าหาอก ดึงให้แน่นแล้วค้างไว้เป็นเวลา 15 วินาที ปล่อยขาลงช้าๆ อย่าเพิ่งปล่อยมือ จากนั้นสลับข้างและทำซ้ำ 10 ครั้ง

 

Photo from Qantas.com.au

    6. ท่าโค้งตัวไปข้างหน้า
วางเท้าทั้งสองข้างบนพื้น แขม่วท้อง ค่อยๆ โน้มตัวไปข้างหน้าช้าๆ เลื่อนมือทั้งสองข้างไปตามหน้าขาจนถึงข้อเท้า จับข้อเท้าค้างไว้ 15 วินาที และขยับตัวช้าๆ เพื่อกลับมานั่งตามเดิม

 

Photo from Qantas.com.au

    7. ท่าหมุนไหล่
โก่งไหล่ทั้งสองข้างมาข้างหน้า จากนั้นยกไหล่ขึ้นด้านบน และเคลื่อนไปด้านหลัง จากนั้นกดลงด้านล่าง แต่ละด้าน ให้หมุนไหล่เป็นวงกลมอย่างช้าๆ

Photo from Qantas.com.au

ความกดอากาศภายในห้องโดยสาร

ความกดอากาศภายในห้องโดยสารนั้นได้ถูกปรับให้สมดุลที่สุด เพื่อความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ถึงแม้จะบินอยู่ในระดับที่สูงมาก ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นระดับที่มนุษย์เราไม่สามารถอยู่ได้ ดังนั้นในห้องโดยสารเครื่องบิน จึงมีการปรับความกดอากาศให้เหมาะสม ซึ่งระดับดังกล่าวเสมือนระดับความสูงประมาณ 2,440 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลครับ

ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีปัญหากับสภาพความกดอากาศในห้องโดยสารระหว่างเดินทาง รวมถึงความกดอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะเครื่องบินเพิ่มหรือลดเพดานบิน แต่หากขณะนั้นคุณไม่สบาย หรือมีปัญหาจากอวัยวะที่เกี่ยวกับการหายใจ หรือการติดเชื้อในช่องจมูก โรคเกี่ยวกับปอด โรคโลหิตจาง หรือภาวะทางหัวใจบางประการ คุณอาจเกิดรู้สึกไม่แย่มากขึ้นไปอีก

เด็กเล็กและทารกก็เช่นเดียวกัน อาจรู้สึกไม่สบาย อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศในระหว่างเครื่องบินที่กำลังเพิ่ม และลดระดับเพดานบิน สังเกตได้จากเด็กจะงอแงและร้องส่งเสียงดัง

หากคุณมีปัญหาจากการหายใจติดขัดหรือมีอาการภูมิแพ้ ให้ใช้สเปรย์ที่ฉีดพ่นทางจมูก ใช้ยาบางตัวเพื่อเปิดช่องให้หายใจได้สะดวก และใช้ยาบำบัดหวัดและหืด 30 นาทีก่อนลดระดับเพดานบิน เพื่อช่วยเปิดหูและช่องจมูก

หากคุณเป็นไข้หรือเป็นไข้หวัดใหญ่ โพรงจมูกของคุณอาจใช้งานไม่ได้เหมือนปกติ พังผืดในจมูกจะโป่งพองและก่อให้เกิดการกีดขวางในส่วนช่องแคบเล็กๆ ระหว่างโพรงจมูกกับห้องหูส่วนกลาง เป็นผลให้เกิดความรู้สึกไม่สบาย (ปวดหู, โพรงจมูก) ในขณะที่ความกดอากาศภายในห้องโดยสารเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะเครื่องบินทำการลดระดับเพดานบิน

ข้อแนะนำ
    • หากคุณเคยมีประวัติทางการแพทย์ และเคยมีอาการดังกล่าวมาก่อน และต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์เพิ่มเติม คุณสามารถแจ้งกับทางสายการบินได้ โดยทำการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทาง (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน)
    • เพื่อเป็นการเปิดช่องหู ให้กลืนน้ำลาย และหรือหาวโดยอ้าปากกว้าง วิธีการนี้จะช่วยเปิดช่องแคบเล็กๆ ระหว่างโพรงจมูกกับห้องหูส่วนกลาง ปรับความกดดันในห้องหูส่วนกลางกับลำคอให้เสมอกัน
    • หากเดินทางพร้อมทารก ให้คุณป้อนอาหาร หรือให้ทารกดูดจุกนมในระหว่างเครื่องบินทำการลดระดับเพดานบิน การดูด หรือกลืนนี้จะช่วยให้ทารกปรับความกดอากาศในช่องหูได้

**  ขอขอบคุณ ....... ข้อมูลอ้างอิงจาก นิตยสารเที่ยวรอบโล

 

 




ข้อมูลการท่องเที่ยว

ข้อแนะนำ เพื่อความปลอดภัย เมื่ออยู่บนเครื่องบิน article
สิ่งที่ควรระวังในการเดินทางไปประเทศต่าง ๆ article
ข้อควรทราบในการเดินทาง article
สิ่งที่ควรและไม่ควรทำที่ร้านติ่มซำในฮ่องกง
สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง article
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับโรงแรม article
10 วิธีเซฟตี้ของสาวเดินทาง article
นั่งเครื่องบินไม่เสี่ยงติดโรคอย่างที่คิด
ของต้องห้ามต้องกำกัด article
เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยวฮ่องกง article
มาตรการจำกัดการนำของเหลว ขึ้นเครื่องบิน article
รหัสประเทศทั่วโลก article
เอกสารที่ควรนำติดตัวไประหว่างเดินทาง article
สกุลเงินประเทศต่าง ๆ article
10 เหตุผลที่เดินทางโดยรถไฟในยุโรป article
ดินแดนเหนือธรรมชาติ article
มารยาทสากลในการท่องเที่ยว article
มหัศจรรย์บนเส้นทางสายโรแมนติค ในยุโรป article
ระบบไฟฟ้าประเทศต่างๆ article
เวลาโลก article
อาการ Jet lag article
การจัดกระเป๋าเดินทาง article
ข้อปฎิบัติ กรมศุลกากร article
เช็คเงินตราแลกเปลี่ยน article
หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-passport) article
สนามบินทั่วโลก article
สายการบินต่าง ๆ article
สถานฑูตประเทศต่างๆในประเทศไทย article
ชื่อย่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก article
ข้อมูล เชงเก็นวีซ่า article
เว็ปไซด์องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว article




Escort Inter Group Co.,Ltd. (EIG)

22/5 ซอยเพชรเกษม 69  ถนนเพชรเกษม  แขวงหนองค้างพลู  เขตหนองแขม  กรุงเทพมหานคร 10160

Tel: 02-807-5566  E-mail : info@touronholiday.com


www.Touronholiday.com
ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์เอเชีย ( ทัวร์ญี่ปุ่น , ทัวร์เกาหลี , ทัวร์จีน , ทัวร์ฮ่องกง , ทัวร์มาเก๊า , ทัวร์ไต้หวัน , ทัวร์อินเดีย , ทัวร์พม่า , ทัวร์เวียดนาม , ทัวร์มาเลเซีย , ทัวร์สิงคโปร์ ) ทัวร์ยุโรป ( ทัวร์อิตาลี , ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ , ทัวร์ฝรั่งเศส , ทัวร์อังกฤษ , เวลล์ , ทัวร์สก็อตแลนด์ , ทัวร์เยอรมัน , ทัวร์ออสเตรีย , ทัวร์ฮังการี , ทัวร์เนเธอร์แลนด์ ) ทัวร์ออสเตรเลีย , ทัวร์นิวซีแลนด์ , ทัวร์รัสเซีย : ทัวร์ในประเทศ ทัวร์เชียงใหม่, ทัวร์เชียงราย , ทัวร์กระบี่ , ทัวร์ภูเก็ต , ทัวร์อุบลราชธานี , ทัวร์เลย : ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วเครื่องบินในประเทศ , ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศ (เอเชีย,ยุโรป,ออสเตรเลีย,ตะวันออกกลาง,แอฟริกา,อเมริกา)